ในปัจจุบันนี้ ค่ายรถยนต์ระดับโลก ต้องรับมือกับวิกฤตที่ซับซ้อน อันเนื่องมาจากราคาเหล็กและแร่ธาตุที่พุ่งสูงขึ้น กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์อนาคต ต้องใช้กลยุทธ์การจัดซื้อที่แม่นยำ ถ้าลองนึกภาพการทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ความผันผวนของราคาอลูมิเนียม กลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดทางธุรกิจ
บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายหลัก ในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ตะวันตก กำลังถูกบีบจากทุกทิศทาง จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้า สร้างภาระในการจัดซื้อโคบอลต์และแมงกานีส ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีราคาไม่คงที่และหายาก
ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่พยายามลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว ทว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นไปตามคาด การแข่งขันแย่งชิงวัตถุดิบภายในประเทศทำให้ราคาพรีเมียมสูงขึ้นอย่างมาก
การกระจุกตัวของการจัดซื้อในภูมิภาคเดียว อาจเกิดปัญหาหากมีมาตรการภาษีใหม่เกิดขึ้นภายในประเทศ ดังที่ผู้เชี่ยวชาญระบุไว้ "แทนที่จะกลัวคลื่นในมหาสมุทร กลับต้องมากลัวน้ำในบ่อแทน"
ตลาดเหล็กในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ถูกกดดันจากการควบคุมการนำเข้าของภาครัฐ สร้างกำแพงราคาสินค้าที่สูงเกินกว่าปกติ
บริษัทถลุงเหล็กยักษ์ใหญ่ มีแผนจะขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของแบรนด์ดังอย่าง Ford และ GM เช่นการย้ายฐานการผลิต Buick Envision สร้างภาระให้แก่อุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด
ความสำเร็จของผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคต ไม่ได้วัดกันที่จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ แต่อยู่ที่ความแม่นยำในการคุมต้นทุนวัตถุดิบ ผู้นำที่กล้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดซื้อ จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุครถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง
ท้ายที่สุดนี้ การเข้าใจถึงกลไกของราคาเหล็กและแร่ธาตุ คือพื้นฐานของการทำธุรกิจที่ฉลาด บริหารจัดการความเสี่ยง